Ladydragon's profile~LadY[D]ragOn~[R]e[T]uRn...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    8/18/2007

    .+*เวลาเกิดบอกอะไร*+.

    มาเริ่มกันตั้งแต่ไก่โห่ คนที่เกิดตั้งแต่ตีห้าจนถึง 06.59 น.
    จะเป็นคนมีมารยาท ทำอะไรก็จะระมัดระวังตัวเองเสมอ เป็นคนถี่ถ้วน ใจกว้างมาก ชอบช่วยเหลือผู้ที่ตกทุกข์ได้ยาก เป็นคนค่อนข้างเก็บตัว ไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวาย แต่ก็ไม่ได้เป็นพวก แอนตี้สังคม แต่ถ้ามีใครมาจุกจิกมากไปจะอารมณ์ เสียง่าย

    สายลงมาหน่อยเกิดตั้งแต่เจ็ดโมงเช้าถึง 08.59 น.
    จะมีบุคลิกความเป็นผู้นำสูง มีความมั่นใจในตัวเองสูง มาดดี ทำให้ผู้อื่นให้ความเชื่อถือได้ง่าย เป็นคนไม่กลัวใคร รักความท้าทายชอบทำอะไรเสี่ยง ๆ เป็นที่สุด ต่อมความคิดสร้างสรรค์โตมาก มักจะคิดทำโน่นทำนี่ตลอดเวลา และสามารถทำงานต่าง ๆ ให้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี

    เกิดตั้งแต่เก้าโมงเช้าถึง 10.59 น.
    เป็นคนเนี้ยบในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตัวดี รักความสะอาดสะอ้าน รสนิยมก็เป็นเลิศ สุภาพอ่อนโยน มีมารยาทเข้ากับผู้คนรอบข้างได้ง่าย นับเป็นคนมีเสน่ห์จัดจ้านมาก ใครเห็นก็มักจะหลงใหลได้ปลื้ม แต่มีความทะเยอทะยานมาก และเป็นคนมีเป้าหมายในชีวิต

    เกิดตั้งแต่เวลาสิบเอ็ดโมงถึง 12.59 น.
    จัดเป็นคนร่าเริง อยู่ที่ไหนมักจะเรียกเสียงหัวเราะให้กับเพื่อน ๆ ได้เสมอ รักอิสระ รักการเดินทาง ชอบการผจญภัย ชอบที่จะได้พบได้เห็นสิ่งแปลก ๆ ใหม่ ๆ ในชีวิตเพื่อเพิ่มความสุขให้กับตัวเอง เป็นคนมีชีวิตชีวา กระตือรือร้น ไม่จู้จี้จุกจิก หรือขี้บ่นใด ๆ ทั้งสิ้น

    เกิดเวลาบ่ายโมงจนถึง 14.59 น.
    จะเป็นพวกรักสงบ ไม่ชอบสับสนวุ่นวาย จะทำอะไรมักมีข้อจำกัด ระวังตัวแจจนหมดสนุก แต่ก็เป็นคนซื่อสัตย์ จิตใจดี สุภาพ ไม่ชอบการทะเลาะเบาะแว้งกับใคร

    เกิดตั้งแต่สามโมงเย็นถึง 16.59 น.
    ชอบทำอะไรตามใจตัวเองไม่สนใจคนอื่น ใจร้อนมักจะทำอะไรโดยไม่ทันคิด จึงมักจะมีเรื่องปวดหัวอยู่เป็นประจำ แต่ก็เป็นคนฉลาดไหวพริบดีและเอาตัวรอดเก่ง เป็นพวกกล้าพูดกล้าทำ เข้มแข็งเด็ดเดี่ยว มีความคล่องตัวทุกเรื่องจนบางทีอาจจะดูเหมือนเป็นคนกะล่อน แต่จิตใจดี

    เกิดตั้งแต่ห้าโมงเย็นถึง 18.59 น.
    เป็นพวกไว้ตัว เชื่อมั่นในตัวเองสูง จะทำอะไรก็ต้องตามระเบียบเป๊ะ ๆ ละเอียด จู้จี้ขี้บ่น เกลียดการทำอะไรนอกลู่นอกทาง ทำงานอย่างจริงจังและตั้งมาตรฐานไว้สูง

    เกิดตั้งแต่หนึ่งทุ่มจนถึง 20.59 น.
    เป็นคนขยันสู้งานหนัก ตรงไปตรงมา กล้าพูด กล้าทำ มีความกระตือรือร้นในทุกเรื่อง ไม่ชอบวาดฝันเกินจริง ใจกว้าง มีความจริงใจให้กับทุกคน

    เกิดตั้งแต่เวลาสามทุ่มจนถึง 22.59 น.
    จะเป็นคนเงียบ ๆ ไม่ช่างพูด ไม่ทำอะไรเร่งร้อน ภายนอกออกจะดูเฉื่อย ๆ แต่ก็มีความนุ่มนวลในตัวเอง สุภาพ พูดจาดี ถือเป็นเสน่ห์ที่สำคัญ และเป็นคนโรแมนติกสุด ๆ

    เกิดตั้งแต่ห้าทุ่มจนถึง 00.59 น.
    เป็นคนรักอิสระสุด ๆ เกลียดการเดินตามเส้น ไม่ยอมที่จะผูกมัดกับใครง่าย ๆ รักการท่องเที่ยวไปในที่แปลกใหม่แถมยังชื่นชอบความเสี่ยง เป็นคนจิตใจดีและชอบช่วยเหลือผู้เดือดร้อน

    เกิดตั้งแต่เวลาตีหนึ่งจนถึง 02.59 น.
    เป็นคนใจเย็น มักจะถูกเพื่อนค่อนขอดว่าเป็นญาติกับเต่า เพราะความเชื่องช้าเป็นเหตุ ปกติจะเป็นคนร่าเริงและเข้ากับคนง่าย แต่ถ้าโกรธจะรุนแรงมาก

    เกิดตั้งแต่ตีสามจนถึง 04.59 น.
    ชอบความท้าทาย มีความเชื่อมั่นในตัวเองมาก มองโลกในแง่ดี ใจกว้าง กล้าพูดในสิ่งที่ตนเองเชื่อถือ และตกหลุมรักคนง่ายไปนิด และเมื่อรักใครก็จะรักจริงจัง มีความดื้อรั้น ถือทิฐิ และไม่ยอมแพ้ใคร ถ้ามีใครมาทำให้เจ็บใจละก็...เป็นอาฆาต...บรื๋ออออ...น่ากลัวจัง..!!. 
     
    *-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-
    .+*เอิ้กๆมาอัพไดอารี่กะเค้าสะที่แงๆ*+.
     
    คิดถึงจางเลยเจ้าไดอารี่ จุฟๆๆ
     
    ช่วงทีผ่านมามีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้างเหรอ
    ก้อคงไม่เจาะหูมา ได้พบเพื่อนใหม่คนรู้ใจอ่านะ
    แล้วเร็วนี้ก้อคงจะตัดผมใหม่
    แล้วก้อต้องลงแข่งบาสเฟรชชี่ แงๆ
    จะชนะไหมเนี่ย นัดแรกเจอกันสถาปัตยด้วย อิ้กๆ
    พยายามเจ้า มังกรสาวเอิ้กๆ
     
    ไปละง่วงบั้บบาย
    ช่วงนี้มีความสุข สบายดีนะจ๊ะ
    คิดถึงเพื่อนๆ ทุกคน
    ครายมาอ่านแล้วไม่เม้นท์นะ
    ช้านจะฆ่าให้ตายแงๆ
    *-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
    6/8/2007

    ~มังกรสาวกลับมาแย้ววว~

    กลับมาฝากปรัญญาหน่อยละกาน เอิ้กๆ
     
     
    1.ไม่ว่าวันนี้จะเลวร้ายแค่ไหน จงยิ้มเข้าไว้...เพราะพรุ่งนี้อาจจะเลวร้ายยิ่งกว่า

    2.คำว่า 'พรุ่งนี้รวย' ของคนขายลอตเตอรี่ ไม่ใช่คำมั่นสัญญา แต่เป็นปรัชญาที่ต้องตี ความ...เหมือนคำพูดของนักการเมือง ตอนหาเสียง

    3.สิ่งที่คนเมาพูด คือ สิ่งที่คนปกติคิด

    4.ปัญหาทุกอย่างมีทางแก้ แต่ไม่ว่าคุณจะแก้ดียังไง มันก็จะนำไปสู่ปัญหาใหม่ ที่ต้องให้คุณคิดหาทางแก้ไขต่อไป..เป็นเช่นนี้ไปเรื่อย

    5.ทุกปัญหาย่อมมีวิธีแก้ที่ง่ายที่สุด...แต่วิธีแก้ที่ง่ายที่สุด จะพบหลังจากใช้วิธียากที่สุดไปแล้ว
    6.อะไรก็ตามที่คุณอยากจะถาม... เป็นไปได้มากว่า มันคือสิ่งที่คุณไม่ควรจะรู้

    7.คนเรามักจะพูดในเรื่องที่ไม่ควรพูด ในเวลาที่ไม่เหมาะที่สุด และกับคนที่ไม่น่าจะพูดที่สุด

    8.สินค้าที่ประสบความสำเร็จทางการตลาดที่สุด คือ สินค้าที่คนโง่ที่สุดใช้เป็น และอยากจะใช้ แม้จะไม่มีประโยชน์อะไรเลยก็ตาม

    9.เมื่อคุณมาประชุมสาย ประธานจะมาตรงเวลา และเมื่อคุณมาตรงเวลา การประชุมเลื่อนไปไม่มีกำหนด

    10.อะไรก็ตามที่คุณคิดได้ และรู้สึกว่ามันสุดยอดจริงๆ คุณก็จะพบว่า มีคนอื่นที่ไหนสักแห่ง คิดมาแล้ว
     
     
     
    ปล.เปงเด็กเกษตรแย้ว
    คิดถุงเพื่อนๆ แงๆ
    แต่ว่ามีหนุ่มหล่อๆตรึมเลย เอิ้ก^ ^
     
    บายๆ พอแค่นี้ละ 55+
    2/26/2007

    .+*ลองเลือกสักคนสิ*+.


    เลือกใครซักคนก่อนที่จะดูเฉลย
    ค น ที่ คื อ ค น ที่ เ ร า รั ก เ ค้  า แ ล ะ ร อ ค อ ย
    เ ค้า ม า ต ล อ ด เ ว ล แ ม้ ว่ า เ ค้ า จ ะ เ ค ย น อ ก ใ จ เ  ร า
     แ ต่  ต อ น นี้ เ ค้ า ก ลับ ม า ห า เ ร า
    แ ล ะ บ อ ก กั บ เ ร า ว่าเ ค้ า เ ป็ น แ ค่ ค น ธ ร ร ม ด า

    แ ฟ น เ ก่า เ ค้ า ช อบ เ ค้ า ต ร ง
    ที่ เ ค้ า เ ด่ น
    ไ ม่ ไ ด้ ช อ บ ที่ ตั ว ข อ ง เ ค้ า เ ค้ า เ ล ย เ ลิ ก แ ล้ ว เ ค้ า ก็ ม าบ อ ก เ ร าว่ า ใ น ที่ สุ ด เ ค้ า ก็
    รู้ ว่ า มี อี ก ค น น อ ก จ า ก พ่ อ แ ล ะแ ม่
    แ ล้ ว ที่ รั ก เค้  า ค น ๆ นั้ น ก็ คื อ เ ร า

    ค น ที่  2

    คื อ ค น ที่ ดูแ ล เ ร า ต ล อ ด เ ว ล า ห่ ว ง ใย เ ร า ต ล อ ด
     แ ต่ เ ร า เ ห็น เ ค้ า เป็ น เ พื่ อน เ ท่ า นั้ น แ ต่ เ ค้า ดี แ สน ดี เ ห ลือ เ กิ น
     เ ค้ า เ ป็ น ค น คิ ด ม า ก ๆ ห่ ว ง เ ร า ม า กๆ แ ล ะ ส นิ ท กั บ เ ร า ม า ก ๆ


    ค น ที่  3

    คื อ บุ ค ค ล ภ า ย น อ ก ที่ อ ย าก รู้ จั ก เ ร า

    เ ค้ า รู้ จั ก เ ร า โ ด ย ก า ร แ น ะ น ำ ใ ห้ รู้ จั ก กั  น เ ค้ า เรี ย น เ ก่ งม า ก ๆ
    นิ สั ย ดี แ ล ะ เ ป็ น สุ ภ า พ บุ รุ ษ เ ก ร ง ใ จ เ ร า เ ส ม 

     

    ค น ที่  4

    คื อ เ พื่ อ น ข อ ง พี่ ที่ ม า รู้ จั ก กั บ เ ร า โ ด ย บั ง เ อิ  ญ เ ค้ า โ ท ร ม า ห า เ ร า ทุ ก วั น

    พู ด เ ก่ ง ม า ก จ น ลิ ง ห ลั บ ไ ด้ เ ล ย บ า ง ครั้ ง ก็ อ ย า ก คุ ย กั บ เ ค้ า
    บ า ง ค รั้ ง ก็ ไ ม่ อ ย า ก คุ ย เ ค้ า เ ป็ น ค น ที่ มี ต ร ะ กู ล ดี ม า ก ร ว ย ม า ก ก า ร ศึ ก ษ า ดี สุ ด ๆ

    ค น ที่ 5

    อ ค น ที่เ ก็ บ อ า ร มณ์ เ ก่ ง ม า ก นิ่ ง สุ ด ๆ จ น เ ร า ดูไ ม่ ค่ อ ย อ อ ก เ ล ย ว่า

    เ ค้ า คิ ด กั บ เ ร า อ ย่ า ง ไ ร กั น แ น่ บ า ง ที ก็ ใ ช่ บ า ง ที ก็ ไ ม่ เ ห มื อ น
     แ ต่ พ ว ก เ พื่ อ น เ ร า ก็ ลุ้ น เ ค้ า อ ยู่ น ะ

     ค น ที่  6

    คื อ ค น ที่ เ ร า แ อ บ ช อ บ เ ป็ น ค น ดั ง ใ น สั ง ค 

    ห ล่ อ ๆๆๆๆๆ แ ล ะ ห ล่ อ

     

    ค น ที่  7

    คื อ เ พื่ อ น ที่ ห่า ง ไ ก ล เ ค้ า ช อ บ เ ร า ม า น า น ม า ก

    แ ล ะ เ ค้ า ก็ ยั ง ช อ บ เ ร า อ ยู่

     

     

    เลือกก่อนที่จะดูเฉลยด้านล่าง

     

     

     ถ้าคุณเลือก.....

    ค น ที่  1

    คุ ณ คื อ ค น ที่ บู ช า ใ น ค ว า ม รั ก อ ย่ า ง ม า  ก แ ล ะ พ ร้ อ ม จ ะ เ สี ย ใ จ เ ส ม อ เ มื่ อ เ ค้ า จ า ก ไ 

     

    คนที่  2

    คุ ณ ค ว ร จ ะ มี เ พื่ อ น ที่ ดี ม า ก ก ว่ า มี แ ฟ 

     

    คนที่  3

    คุ ณ ช อ บ มี ป ฏิ สั ม พั น ธ์ กั บ บุ ค ค ล ภ า ย น อ  ก แ ล ะ ช อ บ ค้ น ห า ผู้ ค น ใ ห ม่ ๆ

     

    คนที่  4
    คุ ณ ช อ บ คุ ย โ ท ร ศั พ ท์ แ ต่ มั น ก็ แ ล้ ว แ ต่ อ า ร ม ณ์ ข อ ง คุ ณ

    อ า ร ม ณ์ คุ ณ มั ก จ ะ ขึ้ น ๆ ล ง ๆ เ ส ม อ

    คนที่  5

    คุ ณ เ ป็ น ค น เ ปิ ด เ ผ ย ม า ก ๆ ที่ จ ะ คุ ย กั บ เ ค้ 

     

    คนที่  6

    คุ  ณ เ ป็ น ค น ที่ ช อ บ ต า ม ก ร ะ แ ส ไม่ ยึ ด ติ ด แ ล ะ ไ ม่ ค่ อ ย จ ริ ง ใ จ

     

    คนที่  7

    คุ ณ ช อ บค ว า ม มั่ น ค ง ท า ง ค ว า ม รั ก ม า ก ก ว่ า หั ว ใ จ ตั ว เ อ ง

     

     

    ปล.เอามาจาก Fw.Mail อ่า เหอะๆ

    ก้อลองเลือกดูละกาน

    ตอนนี้เรายังไม่เลือกครายทั้งนั้น

    ประสบการณืมันทำให้เรียนรู้ว่า ผู้ชายไม่มีดีทุกคน

    ผู้ชายทำให้เราคิดได้ว่า ไม่สมควรนำหัวจายมาเสี่ยง

    ไปดีกว่า ไปปั่นจักรยานหลังสอบละ

    เด้ยวเหลือสอบ อีก2วัน แย่จัง

    ชีวิตวัยรุ่นไทย So SAD

    1/29/2007

    .+*รู้ทันคนเจ้าชู้*+.

    รู้ได้อย่างไร ว่าใครเจ้าชู้?

               แต่ไหนแต่ไรผู้หญิงกลัวเหลือเกินหากมีแฟนเป็นคนเจ้าชู้ ดังนั้น ถ้าหล่อนไม่แน่ใจว่า คนที่คบอยู่ด้วยตอนนี้จะมีนิสัยอย่างที่เธอหวั่นใจไว้หรือไม่? หล่อนจะพยายามรักษาระยะห่างไว้บ้าง ยังไงก็คงไม่ เข้าไปใกล้ให้เปลืองกายเปลืองใจแม้เธอจะชอบเค้าก็ตาม นู่นแนะจนกว่าจะรู้จริงว่าเค้าเจ้าชู้ หลายรักรึเปล่านั่นแหละ ถึงค่อยตัดสินใจกันอีกที ว่าควรเป็นแฟนหรือชิ่งหนีดีกว่ากัน

               มิน่า เทรนด์สุดฮิตของสาวสมัยใหม่จึงครองตัวเป็นโสดไว้ให้นานที่สุด เพราะขืนรีบมีแฟน โดยไม่ทันได้รู้เขารู้เราแล้วไซร้ โอกาสที่ฝ่ายหญิงจะน้ำตาตกในก็เป็นไปได้สูงอยู่เหมือนกัน

               แต่ว่าไป โลกนี้ไม่ได้มีแต่บุรุษเท่านั้นหรอกที่เจ้าชู้ เพราะเดี๋ยวนี้อิสตรีก็ใช่ย่อย บางคนงี้ควงหนุ่มคราวละ 2-3 คนซะด้วย พวกคบไว้เผื่อเลือกก็งี้แหละ แต่คงเป็นเพราะสารเคมีในสมองของผู้หญิงส่วนใหญ่ ยังย้ำเตือนให้ถือคติรักเดียวใจเดียวอยู่มั้ง ดังนั้น ถ้าฝ่ายหญิงไม่ถึงกะมีปัญหากับคู่รักจนเข้าขั้นถึงจุดเดือด หรืออยากแก้แค้นด้วยการประชดต่างๆนานาแล้วละก็ รับรอง ยังงั้ย ยังไง ฝ่ายหญิงก็ยังอยากมีแฟนเป็นตัวเป็นตนคนเดียวเชื่อดิ

               จึงชวนมาจับสังเกต ว่า ความเจ้าชู้ของคนเราน่ะ มักแสดงออกด้วยการกระทำหรือพฤติกรรม อย่างไรบ้าง? อ้อ ขอเตี๊ยมก่อนว่า ในที่นี้ขอพูดรวมๆทั้งชายและหญิงที่เจ้าชู้ไปเลย ในเมื่อมีทั้งคำเรียกที่ว่า คาสโนว่า และ คาสโนวี่ นี่นา แล้วจะให้อดใจไม่พูดถึงคู่กันก็กระไรอยู่นะ งั้น มีพฤติกรรมไหนบ้างน้า ที่ส่อสันดาน...เอ้ย ส่อแววว่าเจ้าชู้แหงๆ แท่น แท้นเช่น....

               1. คนเจ้าชู้มักเป็นคนใจง่าย เห็นใครหน้าตาดี หรือหุ่นเพอร์เฟกต์หน่อยไม่ได้ เป็นต้องถลาเข้าหา เผื่อฟลุกได้พูดคุยกับคนที่เค้าเหล่ด้วยยิ่งดี จะได้ชวนไปเที่ยวด้วยกันซะเลย

               ทว่า อีกฝ่ายจะเล่นด้วยรื้อ เพราะสมัยนี้มีคนวิกลจริต และโรคจิตยั้วเยี้ยในสังคมเต็มไปหมด ฉะนั้นถ้าไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เห็นทีคนเจ้าชู้อาจเป็นแค่สุนัขแหงนมองเครื่องบินก็ได้ เพราะยังไม่ทันคุ้นเคยหรือรู้จักมักจี่กันสักกะติ๊ด แต่พี่แกเล่นจ้องเอ๊า จ้องเอา หรือปรี่เข้ามาหลีเลย ย่อมทำให้ฝ่ายถูกตื๊องงสิเพ่ และทันใดนั้นก็เริ่มคิดในใจว่า เอ๊ะควรคุยกับจอมหลีรายนี้ดีไหม? ถ้าขืนคุยด้วยเดี๋ยวเค้าไปตีความเข้าข้างตัวเองว่าเราชอบเค้าเหมือนกัน ก็ซวยสิ กระนั้นคนเจ้าชู้แบบกรุ้มกริ่มอยู่ในใจไม่เปิดเผยโจ่งแจ้งก็มีนะ รายนี้จะเอาแต่มองไว้ก่อน รอให้เหยื่อสบตากลับมาแล้วค่อยเข้าหา กะว่า ช้าๆได้พร้าเล่มงาม อู้ย...แต่ใครจะกล้าตกหลุมเนี่ย นอกจากคนเจ้าชู้รายนี้มีหน้าตาดึงดูดชวนใกล้ชิดก็ว่าไปอย่าง

               2. คนเจ้าชู้ชอบทำให้คนอื่นเข้าใจว่า เค้าเป็นโสด ทั้งที่อาจมีแฟนแล้วก็ได้ หรือถ้าเป็นโสดจริงๆ ก็จะแสดงออกในทำนองว่า พร้อมเสมอที่จะเป็นเพื่อนหรือกิ๊กก็ได้กับทุกๆคน ยกเว้น หากใครไม่ได้อยู่ในสเปกของคนเจ้าชู้ละก็ ไม่ อยากจี๋จ๋าด้วยหรอก เออแฮะช่างเลือกซะด้วย นะเอ็ง!

               3. คนเจ้าชู้ มักสารภาพว่า ชอบคนที่เค้าสนใจ แต่อย่าหวังจะได้ยินคำว่า อยากอยู่ด้วยตลอดไปเลยน้องเอ๋ย

               เพราะพวกไก่แจ้น่ะ ชอบง่าย หน่ายเร็ว ยิ่งถ้าเจอคนใหม่ๆก็ต้องไปเซ็กซ์เซอไซส์ เอ้ยโปรยเสน่ห์ต่ออีกแล้ว ทั้งที่บางคนก็ไม่รู้คิดได้ไงว่าตัวเองมีเสน่ห์... แปลกแท้ๆ ดังนั้น เรื่องไรเค้าจะผูกมัดด้วยการสัญญิงสัญญาล่ะ แต่หากคุณหลงคารมคนเจ้าชู้และรักเค้าตอบละก็

               หยั่งงี้ไม่ถือว่า เค้าหลอกคุณนะ เพราะคุณโดนเค้าทำให้ตาบอดต่างหากล่ะ ไม่รู้ซะเลยรึว่า โลกของความรักหักเหลี่ยมโหดน่ะ ทำให้คนซื่อๆกลายเป็นคนเซ่อมาเยอะแล้ว ฉะนั้น เวลาจะเชื่อคำพูดของใครก็ควรศึกษากันและกันให้ดีซะก่อน จะปลอดภัยกว่า

               4. คนเจ้าชู้สามารถตีซี้กับทุกคนได้ง่าย เพราะความเป็นปลาไหลใส่สเกตของเค้าไง

               โอ้ย คนเจ้าชู้นี่นะ เป็นคนที่มั่วเก่งแถมยังหน้าด้านมากๆซะด้วย เพราะคุณพี่เล่นลอยหน้าลอยตาทำเป็นคุยกับใครต่อใครได้อย่างหน้าตาเฉย แถมยังเนียนหลายๆ ฟังแล้วเหมือนเป็นคนมีมนุษยสัมพันธ์ดีเหลือเกิน ซึ่งอาจเป็นพรแสวงหรือพรสวรรค์ของเค้าจริงๆก็ได้

               แต่ความพยายามตีซี้กับใครเค้าก่อนน่ะ หากได้รับความเอ็นดูก็ดีไป เกรงจะไปสร้างความรำคาญให้คนอื่นซะมากกว่า งั้นเอางี้ดิ หัดมีกาลเทศะเข้าไว้แล้วคงจีบได้อีกหลายรายแหงๆเลย

               5. คนเจ้าชู้มักเป็นขาประจำของงานปาร์ตี้

               ไม่ว่าจะถูกชวนให้ไปร่วมงานนั้นด้วยหรือไม่ ก็ตาม เค้าก็สามารถเดินเข้าไปในงานได้อย่างไม่สะทก สะท้าน ขอเพียงงานนั้นมีคนที่เค้าสนใจก็พอ โอ้โห ได้มั่วเข้าไปกินฟรีแล้วยังได้หลีแขกในงานอีก ถือว่าได้กำไร 2 เด้งเชียวนะ แล้วจะโง่ไม่รีบฉวยโอกาสหยั่งงี้ไว้เรอะ

               6. ถ้าคนเจ้าชู้มีรถ เค้าจะรีบอาสาพาคนที่ชอบไปส่งถึงบ้านทันที

               หากได้รู้จักกับคนที่ชอบ แต่วันนั้น ว่าที่หวานใจ รายล่าสุดของเค้าต้องกลับบ้านที่พัทยาพอดี เชื่อดิเค้าจะเสนอตัวไปส่งให้ถึงหน้าบ้านเชียวล่ะ เพราะอยากเอาชนะใจไง ถึงได้ฮึดมีเรี่ยวมีแรงขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ แต่อยากรู้จังแฮะ ว่าถ้าต้องไปเชียงใหม่ล่ะ พี่ท่านยังจะใจสู้อยู่อ่ะป่าว?

               7. คนเจ้าชู้เชื่อว่า สิ่งที่เค้าทำไปนั้นเป็นกำไรชีวิต ไม่ใช่ขาดทุนนะยะ

               ไม่ถือว่ากำไรได้ไง ในเมื่อได้รู้จักกับผู้คนตั้งมากมาย แถมยังได้ “ปากว่า มือถึง” แตะอั๋งใครต่อใครฟรีๆ ซะด้วย เท่าเนี้ยเค้าก็เชื่อว่าไม่เสียชาติเกิดแล้วล่ะ

               แต่เอ โลกนี้ก็แสนประหลาด เพราะบางคนมีบุคลิกเข้าข่ายเจ้าชู้ แต่ที่จริงไม่ได้เจ้าชู้สักหน่อยก็มี เพราะพวกเจ้าชู้น่ะ จะมีคุณสมบัติอีกอย่างที่โดดเด่นจนจับไต๋ได้ก็คือ อยากมีเพศสัมพันธ์กับคนที่เค้าเข้าไปขายขนมจีบด้วยน่ะซี ซึ่งหากขนมจีบของเค้าขายออกก็ย่อมหน้าบานเป็นจานกระด้ง แต่ถ้าถูกด่ากลับมาหรือ0

     

    ปล.เอามาจากเว็ปเด็กดีอ่า

    เพิ่งกลับจากกทม.เหนื่อยมากๆ เหอๆ ดีนะได้หยุดอีก2วัน

    ดีจายๆ แต่งานเพียบเยย แย่จัง แงๆ

    ไหนจะมีเรื่องนู้นให้คิด เรื่องนี้ให้คิด แย่ๆ-*-

    T-T

     

    1/13/2007

    .~*เรื่องตลกๆมาอ่านแต่ต้นปีคะ*~.

    1.สมองมิสเตอร์บีน
    หมอ : หมอเสียใจที่ต้องบอกคุณว่าคุณมีเนื้องอกในสมอง
    มิสเตอร์บีน : ต้องอย่างนั้นสิ!!!!(กระโดดดีใจตัวลอย)
    หมอ : คุณเข้าใจในสิ่งที่หมอพึ่งจะบอกคุณไหมนี่
    >มิสเตอร์บีน : แน่นอนสิครับ หมอคิดว่าผมโง่รึไง
    หมอ : ถ้าอย่างนั้น
    >ทำไมคุณถึงดีใจล่ะ
    มิสเตอร์บีน :เพราะนั่นพิสูจน์ให้เห็นว่าตัวผมเองก็
    >มีสมองน่ะสิครับ

    > 2. มิสเตอร์บีนวัยประถม
    อาจารย์ : 4+5 ได้เท่ากับเท่าไหร่
    มิสเตอร์บีน : 9
    อาจารย์ : แล้วถ้า 5+4ล่ะ
    มิสเตอร์บีน : ครูคิดจะหลอกผมหรือไงครูพึ่งจะสลับตำแหน่งตัวเลขนะคำตอบคือ6
    >
    > 3. ขณะอยู่ในร้านขายยา
    >มิสเตอร์บีน : ผมอยากได้วิตามินสำหรับหลานชายของผม
    เภสัชกร : ทานโทษวิตามิน A B หรือ C ล่ะครับ
    มิสเตอร์บีน : อะไรก็ได้ทั้งนั้นแหละ หลานของผมยังไม่รู้จักตัวอักษรหรอก

    > 4. ที่ตู้ ATM
    เพื่อน :แกมองอะไรน่ะ
    มิสเตอร์บีน : ฉันรู้เลขรหัสของแกด้วยล่ะ ฮี่ๆๆ
    เพื่อน : ดีล่ะ งั้นบอกมาสิเลขรหัสของฉันคืออะไร
    >มิสเตอร์บีน : ดอกจันสี่ตัวไงล่ะ !!! (****)

    > 5. กับเพื่อนน่ะ
     >เพื่อน : หนัง VDO. ที่แกยืมฉันไปเป็นไงบ้างล่ะ สนุกไหม
    มิสเตอร์บีน :
    >นายจะให้สนุกตรงไหนล่ะฉันคิดว่ามันน่าจะเป็นหนังสยองขวัญเสียมากกว่าฉันมองไม่เห็นภาพอะไรเลย
    เพื่อน : แล้วแกเอาเรื่องอะไรไปล่ะ
    มิสเตอร์บีน : ม้วนล้างหัวเทป

    >6. การตายของแม่
    >>มิสเตอร์บีน : (ร้องไห้) หมอพึ่งโทรมาบอก แม่ของฉันตายเสียแล้ว
    >>เพื่อน : เสียใจด้วยนะเพื่อน
    มิสเตอร์บีน : (2 นาทีต่อมา) ร้องไห้ดังยิ่งกว่าเดิม
    เพื่อน : เกิดอะไรขึ้นอีกล่ะทีนี้
    มิสเตอร์บีน :น้องสาวฉันก็พึ่งโทรมาบอกว่าแม่ของเธอก็ตายด้วยเหมือนกัน
    >
    > 7. มิสเตอร์บีนมาถึงในงานเลี้ยง
    >แขกผู้มาร่วมงาน : ขอโทษที่มาสาย ผมมัวแต่ติดอยู่ในลิฟท์ตั้ง 4ชม.เพราะไฟดับ
    มิสเตอร์บีน : ไม่เป็นไรหรอก
    >ผมเองก็มัวแต่ติดอยู่ที่บันไดเลื่อนตั้ง 3ชม.เหมือนกัน

    > 8. วิชาสะกดคำ
    >ลูกชาย : พ่อฮะ คำว่า successful นี่มีตัว C ตัวเดียวหรือว่า 2 ตัวฮะ
    มิสเตอร์บีน : ใส่เผื่อไปเลย 3 ตัวเพื่อความแน่ใจลูก

     

     

    *-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*

     

    ปล.เพิ่งจะสอบเส็ด ช้านจะบร้าตาย

    เครียดๆ แต่ก้อโอเคนะ ที่สอบเส็ดแบบมึน

    โดยเฉพาะ ชีวะ วันสุดท้าย

    อยากจะถามว่าอะไรของมันนะ งง มั้กๆ

     

    หวังว่างานนี้จะไม่ตกอ่านะ ไม่อย่างนั้นมีหวังเปง Sad StorY

     

     

    ต้องรีบอ่านหนังสือเยอะๆละ เด๋ยวจะไม่ทันเวลา

     

    อย่าที่เค้าว่า

     

     

    "ชีวิตยังไม่สิ้น คงต้องดิ้นต่อไป"

     

     

    สู้เค้า สู้ๆ สู้ตาย

     

     

    บายๆนะ ต้องมาอัพ เด๋ยวเพื่อนจะหาว่าเรามั่ว

    สร้างแลคโตบาซิลัส อยู่ ก้ากๆ

     

     

    คิดถึงแกนะ เจ้าไดอารี่ จูฟๆ ^-^

     

     

     

     

    I'm waiting U.Only U.>>My Soulmate<<

     

     

    12/30/2006

    .+*เส้นทางความรักของคุณเป็นแบบไหน? *+.

    เส้นทางความรักของคนทั่วไป ถ้าคุณรักใครสักคน ปล่อยเธอไป ..

    ถ้าเธอกลับมาหาคุณ เธอเป็นของคุณ ..

    ถ้าเธอไม่กลับมา เธอก็ไม่เป็นของคุณ

    เส้นทางความรักของคนมองโลกในแง่ดี

    ถ้าคุณรักใครสักคน ปล่อยเธอไปไม่ต้องกลุ้มใจ เธอจะกลับมาหาคุณ

    เส้นทางความรักของคนขี้สงสัย

    ถ้าคุณรักใครสักคน .. ปล่อยเธอไป ..

    ถ้าเธอกลับมา ถามเธอว่า ทำไม

    เส้นทางความรักของนักรักษาสิทธิสัตว์

    ถ้าคุณรักใครสักคน ปล่อยเธอไปเพราะความจริงที่ว่าสิ่งมีชีวิตทุกชนิดสมควรได้รับอิสระ

    เส้นทางความรักของนักกฏหมาย

    ถ้าคุณรักใครสักคน ปล่อยเธอไปจากวรรคที่ 1 ของย่อหน้าที่ 13 ในบัญญัติว่าด้วยการแต่งงานเล่มที่ 2 ว่าด้วยความเป็นอิสระ .. (แป่ววว)

    เส้นทางความรักของนักชีววิทยา

    ถ้าคุณรักใครสักคน ปล่อยเธอไป เธอจะมีวิวัฒนาการ

    เส้นทางความรักของนักเคมี

    ถ้าคุณรักใครสักคน ปล่อยเธอไป สสารย่อมไม่สูญหาย ..เป็นไปตามกฏทรงมวล ..

    เส้นทางความรักของนักฟิสิกส์

    ถ้าคุณรักใครสักคน ปล่อยเธอไปยังไง ยังไง ..เธอก็เคลื่อนที่ไปด้วยความเร็วน้อยกว่าแสง

    เส้นทางความรักของนักสถิติ

    ถ้าคุณรักใครสักคน ปล่อยเธอไปถ้าเธอรักคุณ ความน่าจะเป็นที่ เธอจะกลับมามีค่าสูงแต่ถ้าเธอไม่รักคุณ ความสัมพันธ์ของคุณไม่มีความเป็นไปได้

    เส้นทางความรักของแฟนๆภาพยนต์ของ อาร์โนล ชวาสเนคเกอร์ ถ้าคุณรักใครสักคน ปล่อยเธอไป "SHE'LL BE BACK !!!!!

    เส้นทางความรักของคนขี้หวง

    ถ้าคุณรักใครสักคน อย่าปล่อยเธอไป ..

    เส้นทางความรักของProgrammer ภาษา C

    ++ if (you_love( m_she ))m_she.free();if( m_she==NULL )m_she=new Cshe; (เอ๊ะ!ภาษาอะไรหว่า?)

    เส้นทางความรักของ Bill Gate

    ถ้าคุณรักใครสักคน ปล่อยเธอไปถ้าเธอกลับมา ผมคิดว่าเราสามารถคิดราคาค่าติดตั้ง ( Re-Installation ) ใหม่และบอกเธอว่าเธอกำลังจะถูก Upgrade

    เส้นทางความรักของคนไม่มีความอดทน

    ถ้าคุณรักใครสักคน ปล่อยเธอไปไม่ว่าธอจะกลับมาหรือไม่ .. อย่าเสียเวลารอเธอเลย

    เส้นทางความรักของคนมีความอดทน

    ถ้าคุณรักใครสักคน ปล่อยเธอไปถึงแม้เธอไม่กลับมา รอ รอ รอ จนกระทั่งเธอกลับมา ..

    เส้นทางความรักของคนขี้เล่น

    ถ้าคุณรักใครสักคน ปล่อยเธอไป ถ้าเธอกลับมาแล้วยังจะไปอีกก็ปล่อยเธอไปอีกครั้งทำอย่างนี้ซ้ำๆ เรื่อยไป ..

     

     

    ปล. สำหรับชั้นแล้ว ความรักของฉันเหมือนกับ ความว่างเปล่า

    อย่างที่ Topic ของพี่คนหนึ่งเคยบอกไว้ว่า

     

    ไม่มีรักไหนที่ยืนยาว...และไม่มีรักไหนที่มั่นคง...และไม่มีรักไหนที่จิงจัง.+*เพราะรักไม่มีวตน*+.

     

    9/9/2006

    ~ผมและเธอบนทางเส้นขนาน (น่ารักดี ) ~

    - ผมบอกว่าความรักก็เหมือนกับเส้นด้ายบาง ๆ หากขาดไปแล้ว ผูกอย่างไรก็มีปม
    -
    เธอบอกว่าความรักเหนียวแน่นคงทนกว่านั้น มันเปรียบเสมือนผืนผ้ามากกว่าแม้เส้นด้ายจะขาดไปสักเส้น ผ้าก็ยังเป็นผ้าได้อยู่
    -
    ผมไม่พกมือถือ ด้วยเหตุผลว่าพระนเรศวรทรงกู้เอกราชได้โดยไม่ต้องใช้เครือข่าย GSM
    -
    เธอพกมือถือ 2 เครื่องด้วยเหตุผลว่าที่ไทยเสียเอกราชไปเพราะไม่มีเครือข่าย GSMใช้
    -
    ผมใส่กางเกงตัวละ 129 บาทด้วยเหตุผลว่าจะยี่ห้ออะไรก็ปิดไอ้นั่นได้มิดเหมือนกัน
    -
    เธอใส่กระโปรงราคาตัวละหลายพันบาท ด้วยเหตุผลว่า มันปลอดภัย ถ้าเกิดไฟไหม้กระโปรงที่เธอใส่ เนื้อผ้าจะไม่ละลายติดเนื้อผิวของเธอ
    -
    ผมไม่รู้หรอกว่าคุณค่าทางอาหารระหว่างพิซซ่ากับขนมครก อะไรจะมากกว่ากันแต่ผมว่าขนมครก อ! ร่อย และถูกกว่าเป็นไหน ๆ
    -
    เธอไม่รู้หรอกว่าคุณค่าทางอาหารระหว่างพิซซ่ากับขนมครกอะไรจะมากกว่ากันแต่
     
     เธอชอบกินพิซซ่า ด้วยเหตุผลที่ว่าขนมครกบางร้านเท่านั้นที่อร่อย แต่พิซซ่าฮัททุกร้านมีมาตรฐานเดียวกัน
    -
    ผมใช้ปากกาด้ามละ 5 บาท ด้วยเหตุผลที่ว่ายังไงมันก็เขียนได้และมันมักจะหายไปทุกครั้งก่อนที่ไส้จะหมด
    -
    เธอใช้ปากกายี่ห้อ cross ด้วยเหตุผลที่ว่ายังไงมันก็เขียนติดกระดาษไม่ต้องสะบัดก่อนใช้และไม่เลอะเทอะกระเป๋าเสื้อของเธอ
    -
    ผมชอบทำงานอิสระทำตามจินตนาการของตัวเองไม่ต้องให้ใครบังคับไม่ต้องผูกมัด กับระบบ
    -
    บัตรตอกทำงานของเธอไม่เคยขึ้นตัวแดงเธอกลับค่ำทุกวันเพราะงานทำให้เธอมีระบบ ระเบียบ และเห็นคุณค่าของชีวิต
    -
    ผมรักตัวของผมเองมากกว่าใคร ๆ ด้วยเหตุผลว่าไม่ว่าเราจะทำดีเพื่อใคร ๆมากมายขนาดไหนความสุขทางใจที่เราได้ ก็ได้กับตัวเอง
    -
    เธอรักครอบครัวของเธอมากกว่าสิ่งใด ด้วยเหตุผลว่าถ้าไม่มีพวกเขาก็คงไม่มีเธอเกิดมาให้ป่าวประกาศว่าฉันรักตัวฉันเอง
    -
    คลื่นทะเลให้ปรัชญาแก่ผมว่าหาดทรายจะแปรเปลี่ยนไปทุกครั้งตามคลื่นที่กระทบฝั่งแต่แม้จะเปลี่ยนอย่างไรทรายก็ยังเป็นทราย และคลื่นก็ยังเป็นคลื่นไม่เปลี่ยน
    -
    คลื่นทะเลให้ปรัชญาแก่เธอว่าไม่ว่าน้ำทะเลจะขึ้นจะลงอย่างไรคลื่นก็ยังขยันซัดกระทบฝั่ง
    -
    ผมบอกว่าถ้าไม่มี "ความว่าง" แล้ว "ความมี" ก็ไร้ความหมายเพราะความมีต้องวางลงบนความว่าง
    -
    เธอบอกว่าถ้าไม่มี "ความมี" แล้ว "ความว่าง"จะมีประโยชน์อะไรมันคงไร้ความหมายเพราะมีความมีความว่างจึงก่อเกิดการเปรียบเทียบ
    - คนอื่นบอกว่า ผู้หญิงรักผู้ชายจาก 0-100 แต่ผู้ชายรักผู้หญิงจาก100-0
     
     ผมแย้งว่าผู้หญิงรักผู้ชายแค่ 0-1 เหมือนไบนารี่ทำดีมากมายขนาดไหนก็เป็นเพียงแค่ 1 หากผิดพลั้งไป จะเหลือเพียง 0
    -
    เธอแย้งว่าผู้หญิงรักผู้ชายไม่ใช่ 0-1 และไม่ใช่ 0-100 แต่เป็นจาก100-200หญิงรักชายได้ 100 และจะมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามที่เธอปรารถนา
    -
    ผมมองคนที่ความคิด
    -
    เธอแย้งว่าความคิดไม่ใช่นิสัย
     
     ผมเหมือนกับแก้วใส ๆจะเห็นคุณค่าตัวเองก็ต่อเมื่อมีเธอเป็นน้ำมาเติมเต็ม
     
     เธอเหมือนกับน้ำใส ๆเธอจะอยู่ได้อย่างไรหากไม่มีภาชนะมารองรับ
     
     ผมและเธอเหมือนดั่งเส้นขนานที่ไม่มีวันจะมาบรรจบกัน
     
     ผมและเธอเหมือนดั่งเส้นขนานถึงแม้จะไม่มีวันบรรจบกัน
     
     แต่เราก็จะตีคู่ไปด้วยกันเสมอเพราะเธอชอบกินไข่แดงแต่ผมชอบกินไข่ขาว
     
     เราจึงอยู่ด้วยกันได้ในไข่ใบสีน้ำเงินแห่งนี้
     
     ความรัก กับความผูกพันธ์
     
     เนื้อความ ความรัก..กับความผูกพัน
     
     หน้าตาคล้ายกัน .. เหมือนซ้าย-ขวา
     
     แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่...
     
     รู้สึกว่า .. คิดถึง .. แล้วมาหา คือ .... รัก
     
     รู้สึกว่า .. เคยมาหา .เลยมาหา คือ .. ผูกพัน
     
     รู้สึกว่า .. หิว ... แต่อยากรอ คือ .. รัก
     
     รู้สึกว่า.. อิ่มแล้ว .. อยากเอามาฝาก คือ .. ผูกพัน
     
     รู้สึกว่า .. อยากให้เวลากันและกันคือ . รัก
     
     รู้สึกว่า .. อยากใช้เวล! าด้วยกัน คือ .. ผูกพัน
     
     รู้สึกว่า .หงุดหงิดคือทำให้อีกคนไม่สบายใจ คือ .. รัก
     
     รู้สึกว่า .โกรธคือทำให้อีกคนสำนึกบ้าง คือ .. ผูกพัน
     
     รู้สึกว่า .... ไม่มีนาทีไหนไม่คิดถึงคือ .. รัก
     
     รู้สึกว่า .. นาทีไหนที่ว่างจะคิดถึง คือ ....ผูกพัน
     
     ขอบคุณเหลือเกิน .... ความผูกพัน . ที่ทำให้รัก
        ขอบคุณเหลือเกิน .รักที่เป็นมากกว่า .ความผูกพัน
    -----------------------------------------------------------
    .
    เคยไหมรักใครคนหนึ่ง ด้วยความรู้สึกว่า .
    เคยผูกพันเหมือนเคยรักกันแล้วพลัดพรากต้องมาตามหากันเป็นแรมปี
    ถ้าเคยรู้สึกอย่างนี้
    ยามที่มองแววตาใครคนนั้น แล้วรู้สึกอยากอยู่ข้าง ๆเพื่อคอยกางแขนปกป้องและดูแลไปตลอดชีวิต
    ความรู้สึกนั้น .. เรียกว่ารักและผูกพัน
    ความรู้สึกที่ ...... มิอาจพรากจากกันได้อีกแม้เพียงหนึ่งเสี้ยววินาที

     

    ปล.ทามมายช่วงนี้ อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย Season Change

    ทามมายงานเยอะแบบนี้

    ทามไมต้องคิดถึงแต่คนรักเก่าด้วย

    ทามไมไม่รู้จักลืมนะ

    ทามไมไม่รู้จักเปลี่ยนแปลงบ้างเยย


    7/13/2006

    ~เปิดจดหมายบุชกะทักษิณ~

    เปิดจดหมายจาก “ลูก” ถึง “พ่อบุช”
    .....................................................
    สำนักนายกรัฐมนตรี

    ทำเนียบรัฐบาล

    กรุงเทพมหานคร

    23 มิถุนายน 2549 (2006)

    เรียนท่านประธานาธิบดี

    ข้าพเจ้าเขียนจดหมายมายังท่านบนพื้นฐานของความนับถือเป็นการส่วนตัวที่มีต่อท่านประธานาธิบดีและต่อภาวะผู้นำของท่าน เพื่อใช้โอกาสนี้อธิบายถึงสถานการณ์การเมืองปัจจุบันในประเทศไทย ซึ่งข้าพเจ้าได้กลับมารับผิดชอบเมื่อเร็วๆ นี้ในฐานะรักษาการนายกรัฐมนตรี เป้าหมายของข้าพเจ้าก็คือเพื่อเตรียมการตามแนวทางประชาธิปไตยให้ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้สำหรับให้รัฐบาลชุดต่อไปที่จะมีขึ้นหลังจากการเลือกตั้งทั่วไปในปลายปีนี้

    นับตั้งแต่ต้นปีนี้เป็นต้นมาได้เกิดมีภัยคุกคามต่อประชาธิปไตยขึ้นในประเทศไทย สถาบันหลักของประชาธิปไตย ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้ง และธรรมเนียมปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญว่าด้วยข้อจำกัดของรัฐบาล ได้ถูกทำลายลงซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยกลุ่มผลประโยชน์ที่ต้องพึ่งพาการสร้างความโกลาหลและการชุมนุมประท้วงตามท้องถนนในกรุงเทพฯเป็นวิธีการเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจทางการเมืองที่กลุ่มเหล่านี้ไม่อาจได้รับด้วยการได้ชัยชนะในการเลือกตั้ง เนื่องเพราะล้มเหลวในอันที่จะกระพือให้เกิดความรุนแรงและความปั่นป่วนขึ้นมาได้ ฝ่ายตรงกันข้ามของข้าพเจ้าในเวลานี้ก็กำลังพยายามหันมาใช้ยุทธวิธีนอกเหนือจากรัฐธรรมนูญหลายรูปแบบเพื่อบิดเบือนเจตนารมณ์ของประชาชน หากสถาบันประชาธิปไตยของเรามีความเข้มแข็งจริงในช่วงอีกหลายเดือนต่อไปนี้แล้ว ความพยายามดังกล่าวเหล่านี้ก็คงล้มเหลวไปด้วยเช่นเดียวกัน

    ในวันที่ 2 เมษายน ไทยรักไทย พรรคการเมืองของข้าพเจ้า ได้ชัยชนะได้รับเสียงข้างมากอย่างน่าพอใจในการเลือกตั้งทั่วไปทั่วประเทศ ข้าพเจ้ามีความมั่นใจในการสนับสนุนจากความนิยมชมชอบอย่างแรงกล้า เนื่องจากได้ทำหน้าที่ผู้นำรัฐบาลไทยมาเป็นเวลากว่า 5 ปี และได้รับชัยชนะอย่างเด็ดขาดในการเลือกตั้ง 2 ครั้งก่อนหน้านี้ และผู้มีสิทธิออกเสียงก็ตอกย้ำทรรศนะดังกล่าวนั้นของข้าพเจ้า ฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองของข้าพเจ้าบอยคอตการเลือกตั้งในเดือนเมษายนเพราะพวกเขารู้ดีว่าจะได้รับความพ่ายแพ้อีกครั้ง ซึ่งส่งผลให้สถานการณ์ทางการเมืองในไทยอยู่ในสภาพชะงักงัน ข้าพเจ้าไม่อาจปล่อยให้สภาวะชะงักงันทางการเมืองดังกล่าวก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อวโรกาสอันเป็นประวัติศาสตร์อันเนื่องจากวาระเฉลิมฉลองการครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกำลังใกล้จะมาถึงได้ เพื่อให้เกิดความสงบขึ้นอีกครั้งและเปิดโอกาสให้การเตรียมงานพระราชพิธีเฉลิมฉลองดังกล่าวดำเนินต่อไปได้ ข้าพเจ้าจึงถอยออกมาโดยการลาพักจากการปฏิบัติหน้าที่ มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีของข้าพเจ้ารักษาการบริหารแทน

    ในการรักษาสถานภาพความเป็นอิสระของตน ศาลไทยได้ประกาศให้การเลือกตั้งเมื่อเดือนเมษายนเป็นโมฆะด้วยข้อพิจารณาเชิงเทคนิค และมีคำสั่งให้จัดการเลือกตั้งใหม่ขึ้นอีกครั้ง ที่อาจจะเป็นในราวกลางเดือนตุลาคมนี้ นักสังเกตการณ์ที่เป็นกลางส่วนใหญ่เชื่อว่าพรรคการเมืองของข้าพเจ้าจะได้รับฉันทานุมัติจากประชาชนอีกครั้งหนึ่งให้จัดตั้งรัฐบาล ในระหว่างช่วงเวลานั้น ข้าพเจ้าไม่อาจปล่อยให้ประเทศของข้าพเจ้าถดถอยต่อไปโดยไร้ผู้นำ การทำสงครามต่อต้านการก่อการร้ายของเราจำเป็นต้องดำเนินไป เศรษฐกิจของเราจำต้องได้รับการบริหารจัดการ และภารกิจพื้นฐานของรัฐบาลต้องดำเนินต่อไป ด้วยเหตุผลต่างๆ ดังกล่าวนี้ ข้าพเจ้าได้ดำเนินการตามคำเรียกร้องของคนไทยหลายคน ทั้งในพรรคของข้าพเจ้าเองและในหมู่พรรคการเมืองฝ่ายค้านด้วยเช่นเดียวกัน เพื่อเข้ารับหน้าที่อีกครั้งหนึ่งในฐานะรักษาการนายกรัฐมนตรี

    ระหว่างช่วงเวลาดังกล่าวนี้ ข้าพเจ้าปรารถนาที่จะให้ความมั่นใจต่อท่านว่า ข้าพเจ้าจะดำเนินขั้นตอนต่างๆ เพื่อช่วยให้ประเทศนี้มีความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่เป็นเสรีและยุติธรรม และจะทำงานเพื่อเปลี่ยนแปลงการถกเถียงโต้แย้งกันในระดับชาติจากการถกเถียงกันด้วยข้อกล่าวหาที่เต็มไปด้วยอารมณ์เป็นการถกเถียงหารือกันด้วยเหตุผลว่าด้วยปัญหาที่เป็นหัวใจสำคัญคือเรื่องอนาคตของประเทศไทย ซึ่งรวมถึงประเด็นที่ว่า การเมืองการปกครองของประเทศนี้ควรจะถูกตัดสินชี้ขาดกันด้วยการลงคะแนนเสียงใน X บบัตรเลือกตั้งหรือด้วยการประท้วงตามท้องถนน คำตอบของคำถามดังกล่าวนี้จะมีผลกระทบอย่างสำคัญต่อเส้นทางประชาธิปไตยในเอเชียในอนาคต ข้าพเจ้ารู้ว่าท่านประธานาธิบดีคงเห็นพ้องกับข้าพเจ้าที่ว่าการปกครองโดยกฎหมายและรัฐธรรมนูญทั้งในไทยและในเอเชียโดยรวมจำต้องได้รับชัยชนะเหนือการกระทำของม็อบและการปลุกระดมทั้งหลาย

    ในท้ายที่สุดนี้ ท่านประธานาธิบดีโปรดได้รับความมั่นใจไม่มีที่สิ้นสุดของข้าพเจ้าไว้เถิดว่าความสัมพันธ์ระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกาบนพื้นฐานของค่านิยมประชาธิปไตยร่วมกันและผลประโยชน์สำคัญระดับชาติร่วมกัน จะเติบใหญ่ต่อไปในอนาคต

    ขอแสดงความนับถือ

    (ลายเซ็น)

    (พ.ต.ท.) ทักษิณ ชินวัตร

    นายกรัฐมนตรีแห่งประเทศไทย

    …………………………………………………

    เปิดจดหมาย"พ่อบุช"ตอบ"ลูก"

    ทำเนียบขาว

    วอชิงตัน

    3 กรกฎาคม 2006

    ฯพณฯ ทักษิณ ชินวัตร

    นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรไทย

    กรุงเทพฯ

    ท่านนายกรัฐมนตรี

    ขอขอบคุณสำหรับจดหมายของท่าน และความคาดหวังในทางที่ดีเกี่ยวกับเส้นทางในอนาคตของประเทศไทย สหรัฐอเมริกาได้จับตามองเหตุการณ์ในประเทศของท่านด้วยความกังวลอยู่บางส่วน และในฐานะพันธมิตรและมิตรประเทศ ข้าพเจ้าขอแสดงความหวังอย่างจริงใจว่าทุกฝ่ายจะสามารถพบหนทางที่จะก้าวไปข้างหน้าอันเป็นหนทางที่จะเคารพต่อความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของประชาธิปไตยไทยในอดีตที่ผ่านมา และได้เห็นการจัดตั้งรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มขึ้นมาปกครองประเทศได้ในเวลาอันรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

    ความเป็นมิตรระหว่างประเทศทั้งสองของเรายังคงเข้มแข็ง และข้าพเจ้าขอชื่นชมคำรับประกันของท่านต่อความร่วมมืออันดีระหว่างเราในประเด็นที่มีความสำคัญๆ อย่างยิ่งต่อเราทั้งสองจะยังคงดำเนินต่อไป ระบอบการเมืองที่เปิดกว้างและมีเสรีอาจกลายเป็นสิ่งที่ไม่อาจคาดการณ์ขึ้นมาได้ แต่ประชาชนชาวไทยมีความสามารถในการปรับตัวที่ดีและประชาธิปไตยในไทยก็เข้มแข็งและข้าพเจ้ารู้ว่าประเทศของท่านจะผ่านพ้นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ไปได้โดย0

     

    ปล. กรุ วอนเข้าคุกแล้วไหมละ เซ็งๆ เพื่อชาติไทยของเราเว้ย

    6/4/2006

    ~This is Love~

    ความรักสามารถเปลี่ยนทุกสีบนโลกให้กลายเป็นสีชมพู
    ความรักเป็นส่วนเติมเต็มที่ทำให้มนุษย์ได้มีชีวิตที่สมบูรณ์
    ความรักจึงเป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนาและไขว่คว้าที่จะได้ครอบครอง
    และแม้ว่าความรักจะมีหลายรูปแบบ
    แต่ทุกรูปแบบของความรักก็ล้วนแต่เพื่อหล่อหลอมให้มนุษย์มีจิตใจที่เป็นสุข
    และนี่ จึงเป็นสาเหตุให้ทุกคนมองว่าความรักเป็นสิ่งที่สวยงาม
    จนลืมไปว่า สิ่งที่เราเรียกว่าความรักที่แหละ ในบางครั้งมันก็ทำให้เราเป็นทุกข์ได้เหมือนกัน

    สำหรับฉันความรักมีมากมายหลายรูปแบบ
    และทุกรูปแบบของความรักก็ล้วนแต่เป็นส่วนเติมเต็มให้ฉันได้มีชีวิตที่สมบูรณ์
    ความรักของแม่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและจริงใจ
    ความรักของพ่อเต็มไปด้วยความเข้มแข็งและอดทน
    ความรักของพี่น้องเต็มไปด้วยความห่วงใยและเอื้ออาทร
    ในขณะที่ความรักของเพื่อนเต็มไปด้วยความผูกพันและความเข้าใจ

    ฉันหยิบปากกาขึ้นมาเขียนบทความเหล่านี้ด้วยความรูสึกเหงาๆ
    เหงาทั้งๆที่รอบข้างของฉันเต็มไปด้วยคนที่ฉันรักและฉันก็รักเค้ามากมาย
    แต่ก้อต้องขอบคุณความเหงาครั้งนี้ที่ทำให้ฉันได้มีโอกาสหยุดคิด
    และหันมาทบทวนเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิต

    ฉันพบว่าความเหงาครั้งนี้เกิดจากความรักที่เกินความพอดี
    และความเหงาครั้งนี้ทำให้ฉันได้คนพบอีกมุมมองหนึ่งของความรัก
    ก่อนหน้านี้ความรักของฉันเต็มไปด้วยความทุ่มเทแบบไม่ลืมหูลืมตา
    ความรักของฉันคือการให้เพื่อแลกเปลี่ยนกับความรู้สึกดีๆ
    ความรักของฉันก้อการห่วงและหวงจนเกินความพอดี
    แต่ความรักแบบนี้อยู่กับฉันได้ไม่นานแล้วมันก็จากไป
    ทิ้งไว้แต่เพียงความเศร้าและเหงาก็เท่านั้นเอง

    หลังจากนี้ความรักของฉันจะเป็นเพียงการมอบความรู้สึกดีๆเท่าที่พอจะทำได้ โดยไม่หวังผลตอบแทน
    ความรักของฉันจะไม่ยึดติดกับใคร
    ความรักของฉันจะมีแต่ความห่วงและหวงแต่เพียงพอดี
    ความรักก็เปรียบเสมือนเม็ดทรายที่อยู่ในกำมือ
    เมื่อใดที่เรากำมือแน่น เม็ดทรายก็จะไหลออกจากมือเรา
    ไม่เหลือทิ้งไว้แม้แต่เพียงเม็ดเดียว
    ในทางกลับกันถ้าเรากำเม็ดทรายไว้ในมือแต่เพียงพอดี
    เม็ดทรายเหล่านี้ก็จะยังคงอยู่ในมือเราตราบนานเท่านาน
    4/26/2006

    มีเรื่องมาให้อ่าน 2

    ระหว่าง "คนที่เรารัก" กับ "คนที่รักเรา" เราควรจะเลือกใครดี

    คนที่เรารัก.....คือคนที่ใช่สำหรับเรา

    แต่บางครั้ง.....เรากลับรู้สึกว่าเขาไม่ใช่

    คนที่เรารัก.....คือคนที่เราคิดว่าเรารู้จักเขาดี

    แต่แท้จริงแล้ว....เรากลับไม่รู้จักเขาเลย

    คนที่เรารัก......คือคนที่เราพร้อมจะเป็นผู้ให้

    แต่สิ่งที่เราให้.....เขากลับไม่เคยมองเห็นสิ่งที่เราให้ไป

    คนที่เรารัก........คือคนที่เราอยู่ด้วยเวลามีความสุข

    แต่เวลาเราทุกข์.....เรากลับมองหาเขาไม่เจอ

    คนที่เรารัก....คือคนที่เราใส่ใจทุกเวลา

    แต่ที่แย่กว่าคือ.....ตลอดมาเขาไม่ได้ "รักเรา"

    …………………………………………………………….

    คนที่รักเรา.......คือคนที่เราเพียงมองผ่าน

    แต่เขา.....กลับมองเราอย่างใส่ใจ

    คนที่รักเรา.....คือคนที่เราไม่พยายามทำความรู้จัก

    แต่เขา.....กลับพยายามทำความรู้จักเรา

    คนที่รักเรา.....คือคนที่เราไม่เคยให้ความสำคัญมากมาย

    แต่เขา.....กลับให้ในสิ่งที่ล้วนมีค่ามีความสำคัญกับเรา

    คนที่รักเรา......คือคนที่เราไม่เคยเห็นหน้าเวลาสุข

    แต่เวลาทุกข์......เขากลับเป็นเหมือนเงาคอยเฝ้าตาม

    คนที่รักเรา.....คือคนที่เราไม่เคยนึกถึง

    แต่มีสิ่งหนึ่ง.....บอกให้รู้ว่า......"เขารักเรา"

    มีเรื่องมาให้อ่าน 1

    ความรักของนักเรียนนายร้อยกับนักเรียนพยาบาล


    19 ส.ค.48

    เย้! วันนี้วันศุกร์เราจะได้กลับบ้านไปหาแม่แล้ว (ชีวิตนักเรียนพยาบาลที่ต้องอยู่หอในวิทยาลัย อยู่ในกฎระเบียบ แต่พอวันศุกร์เราก็จะได้ออกจากหอไปนอนที่บ้าน แต่ต้องกลับมาในวันอาทิตย์ ก่อนเวลา 19.00น.)

    แต่พรุ่งนี้มีเรียนกฎหมาย 8.00 น. เฟริ์นจะกลับหรอ

    กลับดิก็เราคิดถึงแม่นิ เดี๋ยวพรุ่งนี้เราจะกลับมาแต่เช้า รับรองเรามาเรียนทันชัวร์

            ทุกวันศุกร์ฉันต้องกลับมานอนที่บ้าน เพราะเป็นโรคที่วันศุกร์ เสาร์ ฉันจะนอนหอไม่ได้ ก็จิตใจมันคิดถึงแม่ คิดถึงการเล่นnet อยู่ที่บ้าน พอเรียนวิชาสุดท้ายของวันศุกร์เสร็จ ฉันต้องรีบเก็บของแล้วกลับบ้านทันที แต่วันนี้พอดีฉันต้องแวะซื้อคอนเทคเลนส์ที่ห้างแถวงามวงค์วาน ขณะที่ฉันเดินเล่นอยู่ก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ ของฉันเอง

    สวัสดีค่ะ

    สวัสดีคับ เฟริ์นหรือเปล่าคับ

    ใช่ค่ะ แล้วนั่นใครหรอ

    บอล(โกวิท).....ไง

    เอ้ย!บอลโทรมามีอะไรหรอ ก็ตั้งแต่ไปเรียนเตรียมทหาร จนขึ้นเหล่าไม่เห็นติดต่อเพื่อนเลย ราก็นึกว่าบอลลืมเพื่อนไปแล้ว แล้วเอาเบอร์เรามาจากไหน

    เอาทีละคำถามละกัน บอลเอาเบอร์เฟิร์นมาจากเอก ก็ที่โทรมาก็อยากชวนเฟร์นไปงานsport day เป็นงานที่จัดสำหรับนักเรียนนายร้อย จปร.กับญาติ(ญาติของ จปร.ก็คือแฟน)แต่บอลยังไม่มีญาติเลยอยากชวนเฟริ์นไปด้วย

    เดี๋ยวเฟิร์นต้องขอแม่ก่อนนะ แล้ววันไหนหล่ะ กี่โมง

    พรุ่งนี้ งานเริ่ม18.00น - 22.00 น. แต่เราต้องไปขึ้นรถที่สนามกีฬา ทบ.เวลา 15.30 น.

    หา!พรุ่งนี้ นี่นายบอลทำไมเธอบอกฉันเร็วจัง เอาเป็นว่าตอน 3 ทุ่มค่อยโทรมาเอาคำตอบละกัน และตอนนี้แบทโทรศัพท์ฉันจะหมดแล้ว แค่นี้นะ...

    .................. เเม่หวัดดีค่ะ พี่ตั้มหวัดดีค่ะ พ่อยังไม่กลับหรอคะ...

    แม่เมื่อกี้ บอลเพื่อนที่ รร.เก่าโทรมา ก็คนที่ไปเรียนเตรียมทหารตอน ม.5 ไง(เพื่อซี้ไอ้บิ๊ก ไอ้ดลไง)

    บอลชวนหนูไปงานที่ จปร. เพราะบอลไม่มีแฟน เลยชวนหนูไปเป็นแฟนกำมะลอ แม่อนุญาติไหม เพราะงานคือวันพรุ่งนี้ เป็นงานกลางคืน แต่แม่ไม่ต้องห่วงนะ บอลจะมาส่งหนูเอง

    ก็ตามใจหนูซิ ก็น่าสงสารบอลนะที่ไม่มีแฟน ต้องมาชวนเฟิร์นไป ทั้งๆที่งานนี้เป็นงานสำหรับแฟนตัวจริง

    เอาเป็นว่าพรุ่งนี้หนูเรียนเสร็จจะให้บอลไปรับที่วิลัย แล้วหนูก็จะไปนครนายกเลย นะคะ ตอนกลับบอลจะมาส่งหนูที่บ้าน

    ..............21.25 น. .............

    เฟิร์นแม่ว่าไง

    บอล แม่เราอนุญาตินะแต่ว่าเราต้องไปเรียนตอนเช้าบอลไปรับเราที่วิลัยนะ เราเรียนวิชากฎหมายวิชาชีพการพยาบาลเสร็จตอน12.00 น.

    คับ เดี๋ยวบอลจะมารับนะ

    เอ่อ!เรามีเรื่องจะคุยกับนายเยอะเเยะเลยแต่ว่าพรุ่งนี้เรามีเรียนเราต้องกลับไปที่วิทยาลัยตอนเช้า เอาเป้นว่าพรุ่งนี้เราค่อยคุยกันนะ เรามีเรื่องจะต่อว่านายเยอะแยะเลย

    แค่นี้นะ......

    ฉันกับบอลไม่ได้เจอกันนานเกือบ2 ปี ฉันเจอกับบอลครั้งสุดท้ายตอนฉันอยู่ ม.6 แต่ เราไม่ได้คุยกันเพราะฉันรีบกลับบ้าน จากนั้นฉันก็ลืมเรื่องราวของเพื่อนร่วมชั้นเรียน เพื่อนในกลุ่มที่สนิท ที่ชื่อว่าบอลไป จนบัดนี้เขาเข้ามาในชีวิตฉันอีกครั้ง

    ......................................................................................................................................

    20 ส.ค.48

    โม วันนี้เราจะไปงานกับเพื่อนที่ จปร.นะ

    เฮ้ย!ทำไมเค้าชวนเฟิร์นไปหล่ะ

    สงสัยเห็นว่าเราอยู่ไกล้และหาแฟนไม่ได้ไง คงอายเพื่อนๆละมั้ง

    แต่น้ำตาลว่ามันมีอะไรแปลกๆนะ ทำไมบอลต้องมาเจาะจงเป็นเฟริ์นด้วย

    นี่!คิดมากน่า..เดี๋ยวรอดูหน้านักเรียนนายร้อยเพื่อนเราก่อนค่อยกลับนะ

    ได้ๆเดี่ยว โม กับตาลอยู่เป็นเพื่อน

    14.00น.....

    เฟิร์นบอลอยู่ที่หน้าตึกวิทยบริการในวิลัยแล้วนะ

    รอแป๊บหนึ่งนะ เฟริ์นแต่งตัวอยู่

    ขณะที่นั่งรถเราได้คุยกันหลายเรื่อง เป็นเรื่องที่เราสงสัยและเรื่องทั่วๆไป

    บอลทำไมตอนบอลจะไปเรียนที่ รร.เตรียมทหาร บอลไม่ยอมบอกลาเพื่อนๆเลย แล้วก็ไม่ยอมติดต่อเพื่อนเลย รู้ไหมว่าเเรกๆพวกเราน่ะโกรธบอลมากเลยนะ ก็เราคิดว่าบอลลืมเพื่อนๆซะแล้ว ก็ตอนที่บอลมาแนะแนวน้องที่โรงเรียนเก่าบอลก็ไม่ยอมขึ้นไปหาเพื่อนๆที่ห้องเลย วันนั้นเรามีงานก็เลยไม่ได้ลงไปเจอนาย

    เฟิร์นน้องชายเฟิร์นก็เรียนที่เตรียมนี่ เฟิร์นก็น่าจะรู้ว่าพอรุ้ว่าตัวเองข้อเขียนผ่านก็ต้องรีบมาสอบพละ พอสอบพละผ่าน สัมภาษณ์ผ่าน ก็ต้องรายงานตัวเลย มันเร็วมาก เฟิร์นเชื่อไหมว่าขนาดบอกลาญาติบอลยังไม่ได้ทำเลย

    เราก็เข้าใจบอลตอนที่น้องชายเรามาเรียนที่ รร.เตรียมทหารนี่แหละ เราก็เลยหายเคืองบอลไง แต่ตอนไปแนะแนวทำไมบอลไม่ไปหาเพื่อนๆหล่ะ

    วันนั้นบอลรีบไง แต่เฟิร์นรู้ป่ะ ว่าวันนั้นนะ บอลนั้งรถผ่านตรงลานวิทยาศาสตร์ บอลเห็นคนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งหนึ่งในนั้นมีคนที่บอลเคยแอบชอบอยู่ บอลดีใจมากๆเลยที่เจอเค้า แค่นั้นบอลก็สุขใจแล้ว

    เอ้ย!นายมีคนแอบชอบด้วยหรอ ก็เราเห็นตอนนายอยู่ ม.4-5นายเอาแต่อ่านหนังสือ ทำข้อสอบเก่า มุ่งให้แต่การสอบเตรียมทหาร ซึ่งวันๆไม่เห็นนายมองใครเลย

    มีซิ ผู้หญิงคนนั้นแหละเป็นแรงบันดารใจให้บอลมีความตั้งใจจะสอบเตรียมทหาร ให้ติด และบอลก็ชอบมองเค้า เค้าน่ารักมากแต่นิสัยเค้าจะออกเด็กๆไปหน่อย

    นี่ถึงแล้วแหล่ะ......เดี๋ยวบอลไปเช็คยอดก่อนนะเฟิร์นรอบอลแป๊บหนึ่งนะ

    ........................บริเวรงาน.............

    บอลเป็นผู้ชายที่เทคแคร์เราดีมากจนบางครั้งเรารู้สึกว่ามันจะแสดงสมบทบาทการเป็นญาติกำมะลอเกินไป

    เฟิร์นบอลจะพาไปรู้จักพี่จังหวัดนะ ชื่อพี่นัฐ อยู่ชั้น5

    พี่นัฐคับ

    อ้าวบอลไหนแกว่าจะพาน้องเฟิร์นมาให้ได้ไง

    นี่ไงคับพี่นัฐเฟิร์น

    ค่ะเฟิร์นจริงๆค่ะ

    เอ้ย!บอลพามาได้ไง เจ๋งนี่หว่า

    ไม่ใช่แค่เรื่องของพี่นัฐคนเดี๋ยวที่ทำให้เรางงแต่ว่ามีเพื่อนบอลหลายคนที่เข้ามาทักทายเราเหมือนกับเค้ารู้เรื่องหรือรู้จักเรามาก่อน แต่คนที่ทำให้เราอึ้งก็คือเพื่อนบอลที่ชื่อพัฒน์ พัฒน์เข้ามาทักเรากับบอล แล้วพูดกับญาติของเขาเองว่า

    "นี่ไงเฟิร์น คนที่ทำให้บอลยอมสละทุนไม่ไปเรียนทุนที่ออสเตเรีย"

    คำพูดของพัดทำให้เรางง มาก แต่เรายังไม่มีโอกาศที่จะถามบอล เพราะในงานมีการแสดงเริ่มขึ้น

    ทำให้เราสนุกไปกับการแสดงและการได้ของรางวันจากการเล่นเกมส์ต่างๆ จนมาถึงการปแสดงของชมรมตรีเพชร ที่จำลองการชิงตัวประกัน และมีการใช้ระเบิด ใช้ปืน และมาเอาตัวประกันก็คือญาติขอ. นนร. ที่เตรียมกันไว้แล้ว มาถึงคราวซวยของเราก็ตรงที่ตกใจเสียงระเบิด ก็เราดันไปยืนใกล้จุดที่เขาวางระเบิดเอาไว้ พอเสียงระเบิดขึ้นเราตกใจ ไปยืนเกาะข้างหลังบอลอยู่ พอรู้ตัวก็เลยแก้เขินโดยบอกบอลว่าตกใจนิดหน่อย ขอโทษที บอลคงรู้ว่าเรากลัว บอลก็เลยพาไปยืนที่อื่น

    ช่วงที่มีการแสดงในหอประชุมทุกคนจะรีบเข้าไปที่หอประชุมเพื่อที่จะได้นั่งติดเวทีที่สุด ทุกคนต่างแย่งกันเขาข้างใน ทำให้เราโดนชนจนแทบล้ม บอลจึงจูงมือเราเข้าไปที่งาน เรารู้สึกแปลกๆยังไงก็ไม่รู้มัน...บอกไม่ถูกเหมือนกัน

    เวลาผ่านไปเรื่อยๆจนเกือบเที่ยงคืน งานจึงเลิก แต่รถขบวนออกจาก จปร.เวลา00.30 น. บอลบอกให้เรารอบอลจะไปเอาของที่กองพัน เราก้รอ พอบอลกลับมาบอลเอาตุ๊กตารุ่นมาให้เรา มันน่ารักดี หน้าตามันประหลาดดี แล้วเราก็นั้งรถกลับมาด้วยกัน และคุยกันมาเรื่อยๆ

    สักพักบอลพูดขึ้นว่า

    เฟิร์นรู้ไหมว่าทำไมบอลถึงอยากเรียนนายร้อย

    เฟิร์นว่าคงคิดเหมือนน้องชายเฟิร์นแน่ๆเลย คือเท่ห์ มั่นคง

    มันก็ใช่นะแต่สำหรับบอลที่บอลเลือกเรียนนายร้อยก็เพราะว่า บอลแอบชอบผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ แต่บอลไม่กล้าบอกเค้าเพราะรู้ดีว่าบอลไมเหมาะกับเค้าเลยก็เค้าออกจะน่ารักและคนมาชอบเยอะ ถ้าบอลบอกเค้าไป เค้าคงไม่ชอบบอลหรอก แต่ไม่เป็นไรบอลคิดว่าถ้าบอลสอบติดเตรียมทหารบอลจะกลับมาบอกเค้า เพราะมันอาจจะดูมีเกียติ แต่ตอนนี้บอลก็ไม่เคยบอกเค้าเลย

    บอลนายนี่ ทำไมไม่บอกเค้าหล่ะ เราคิดว่าคนที่ได้เป็นแฟนนายคงโชคดีนะเพรานายเป็นคนที่นิสัยดีมากนะ

    เฟิร์น!เฟิร์นรู้ไหม ว่าวันนี้บอลมีความสุขมากที่วันนี้เฟิร์นมางานsport day กับบอล เพราะบอลเคยพูดกับเพื่อนๆว่าบอลอยากพาญาติตัวจริงมา

    แต่เราก็ไม่ใช่ญาตินายนี่

    ถึงเฟิร์นจะไม่เป้นญาติบอล แต่สำหรับบอลเฟิร์นเป็นญาติบอลตั้งแต่ ม.5 แล้ว เฟิร์น!บอลแอบมองเฟิรืนมาตลอด เฟิร์นเป็นแรงบันดารใจให้บอลมุ่งมั่นที่จะสอบเตรียมทหาร เพื่อบอลจะได้กล้าบอกความรู้สึกกับเฟริ์น บอลไม่ได้ต้องการให้เฟิร์นรับความรุ้สึกจากบอลหรอกขอแค่บอลได้บอกให้เฟิร์นรู้บอลก็พอใจแล้ว

    "เฟิร์น!บอลชอบเฟิร์นนะ ตั้งแต่ ม.4 เทอม2 แล้ว"

    เราพูดอะไรไม่ออกมันเหมือนมีอะไรมาจุกตรงคอ เราได้แต่นั้งเงียบ มันงง ไปหมด เราไม่คิดว่าผู้ชายที่เอาแต่เรียน เอาแต่อ่านหนังสือ วันๆอยู่ที่กับข้อสอบ จะมาสนใจคนอย่างเรา ที่เป็นคนจริงจังกับงาน ลุยๆ ซึ่งผู้ชายในห้องส่วนใหญ่ไม่ค่อยเห็นเราเป็นผุ้หญิงซะส่วนใหญ่ แต่บอลมาสนใจเรา ซึ่งเราเคยพูดกับเพื่อนในกลุ่มแบบเล่นๆว่า ใครได้เป็นแฟนบอลคงโชคดีมาก เพราะบอลเป็นคนตั้งใจเรียนไม่เกเร แถมพูดเพราะอีก แต่ตอนนี้ เราไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจ ตลอดทางเราเงียบตลอด จนหลับไป จนรถถึง กทม.บอลปลุกเรา แล้วพาเราไปส่งที่บ้าน เรากับบอลก็ไม่ค่อยได้คุยกัน จนเรากำลังลงจากรถ บอลก็เดินลงมาส่งก่อนเข้าบ้านบอลเอาสมุดให้ พอดีแม่มาเปิดประตูพอดีเราเลยเข้าบ้าน บอลบอกว่าอยากให้เราอ่าน อ่านแล้วเราจะเก็บไว้หรือเผาทิ้งก็ได้....................................................................................................

    คืนนั้นพออาบน้ำเสร็จก็ปาไปตี 2 กว่าๆ เราก็เอาสมุดบันทึกมาอ่าน มันเป็นบันทึกของบอลที่เขียนตั้งแต่ตอนเข้าเรียนที่ รร.เตรียมทหารวันแรก จน ตอนนี้บอลขึ้นเหล่ามาได้1 ปีแล้ว เราเริ่มอ่านปุ๊บน้ำตาเราไหลตลอดไม่รู้ว่าความรู้สึกตอนนั้นมันเป็นยยังไง....ที่รู้ๆคือเราอ่านได้ประมาณ 10 หน้ามันไม่ไหวแล้ว เราเอาแต่ร้องไห้กอดสมุดบันทึกนั้น ........................(ติดตามต่อนะคะ)

    2/3/2006

    @_@10 นิสัยที่ไม่ควรใช้กะแฟน@-@

    1. เอาแต่ใจตัวเอง
    เป็นเรื่องธรรมดามาก ที่ทุกคนต้องเอาแต่ใจตัวเองกันอยู่แล้ว
    เพียงแต่ว่าใครจะเอาใจตัวเองมาก หรือน้อยเท่านั้นเองคับ
    บางคนคิดว่าเป็นคนเอาแต่ใจตัวเองน้อย แต่ความจริงแล้วมากเนี่ย ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่เลย

    2. ทำตัวเป็นเจ้าของมากเกินไป

    การที่คุณแสดงตัวให้ใครต่อใครได้รู้ว่าคุณกับเขาเป็นแฟนกันเนี่ย
    ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
    เพียงแต่บางครั้งคุณอาจแสดงความเป็นเจ้าของเขาในลักษณะที่เป็นเงาตามตัวกันเลย เช่น
    ไปไหนไปด้วย ตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋ โดยไม่ให้เขามีเวลาส่วนตัวแม้แต่นิดเดียว
    ก็อาจเป็นปัญหาได้เหมือนกัน

    3. หึงแบบไร้ขีดจำกัด

    คงจะห้ามกันได้ยาก เรื่องความหึงเนี่ย แต่ต้องมีลิมิตกันบ้างนะคับ
    ไม่ใช่ว่าเพื่อนคุยด้วยก็ยังหน้ามืดตามัว หึงขนาดนั้น คงจะไม่ไหว
    บางคนเข้าขั้นโทรเช็คตลอดเวลา อันนี้น่าเป็นห่วงมากคับ เรียกว่าอาการหนัก

    4. บอกเลิกทุกครั้งที่ทะเลาะ

    ส่วนใหญ่จะเกิดจากฝ่ายหญิงซะมากกว่า จริงๆ แล้วก็พูดแค่อยากให้เขามาง้อเท่านั้น
    ซึ่งวิธีนี้จะใช้ได้ผลในช่วงแรกเท่านั้นคับ แต่หลังๆ ล่ะก็ เอ้า.. อยากเลิกดีนัก
    เลิกเลยดีกว่า น้ำตาเช็ดหัวเข่าคับ

    5. ไปเจ๊าะแจ๊ะกับคนอื่น

    ถือได้ว่าคุณไม่ได้ให้เกียรติคนที่คุณรักเลย ซึ่งทุกคนก็ย่อมหยิ่งในศักดิ์ศรีของตัวเอง
    บางครั้งอาจทำ เพื่อให้อีกฝ่ายหึงเล่นๆ เป็นการคอนเฟิร์มว่าคุณเองก็มีค่าสำหรับพวกเขา
    แต่ต้องระวังนะคะ เพราะมองอีกมุม คือคุณไม่แคร์ความรู้สึกของเขาเลย
    และถ้าเป็นอย่างนั้น ก็ไม่รู้จะอยู่ด้วยกันไปทำไม

    6. เชื่อเพื่อนมากเกินไป

    บางครั้งเพื่อนก็ไม่อยากให้คุณมีแฟน
    ซึ่งก็โทษไม่ได้อีกนั่นแหล่ะคับเพราะจากที่เคยเจอกัน ทานข้าวด้วยกันทุกวัน
    ก็กลับกลายเป็นว่าคุณไปตัวติดกับแฟนแทน หรืออาจจะด้วยความหวังดีมากเกินไป
    ก็เลยคิดแทนคุณไปหมด ว่าแฟนคุณดีพอสำหรับคุณหรือเปล่า

    7. โกรธแล้วไม่พูดด้วย

    เป็นสาเหตุที่ทำให้คู่รักเลิกรากันมากที่สุดเลยก็ว่าได้
    อาการแบบนี้จะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า
    หรือบางทีเรื่องที่โกรธอาจมาจากความเข้าใจผิด แล้วไม่พูดกัน
    ก็ไม่สามารถปรับความเข้าใจกันได้

    8. นัดแล้วไม่เป็นนัด

    การเลื่อนนัด ประเภท เลื่อนแล้วเลื่อนอีก หรือว่ามาเลทแบบ นัดเช้ามาบ่าย นัดบ่ายมาเย็น
    อาการแบบนี้เนี่ย บางคนเขารอบ่อยๆ รอไปรอมา เลิกรอตลอดไปเลยก็มีนะคับ

    9. พูดจาข่มกันต่อหน้าคนอื่น
    อาจจะเพียงแค่อำกันเล่น แต่บางคนอำกันแรงเกินไป อาจจะเกิดการทะเลาะกันได้
    ซึ่งเป็นสาเหตุเล็กๆ ที่จะนำไปสู่ความบานปลายได้คับ

    10. โกหก

    บางคนโกหกเป็นนิสัย ทั้งที่บางทีไม่ได้ตั้งใจ แต่ถ้าอีกฝ่ายเข้าใจก็คงไม่เป็นไร
    แต่ขอบอกว่าเรื่องอย่างนี้ น้อยคนนัก ถึงจะยอมเข้าใจคับ
     
    ปล.ก็ลองปฏิบัติตามกันนะ เพื่อจะชาวยอารัยได้อ่า เอามาลงเพราะว่าช้านมันคนไม่มีแฟนอิๆ
     
    12/23/2005

    ปรัชญาที่ชาวจีนถือว่าเป็นมนตรานำโชคมาสู่ชีวิต

     

    ปรัชญาที่ชาวจีนถือว่าเป็นมนตรานำโชคมาสู่ชีวิต

    (chinese tantra totem for good luck)

    1. จงให้มากกว่าที่ผู้รับต้องการ และทำอย่างหน้าชื่นตาบาน
    2. จงพูดกับคนที่ถึงแม้จะอายุน้อยกว่า แต่เขาก็มีความสำคัญเท่ากัน
    3. จงอย่าเชื่อทุกอย่างที่ได้ยิน ใช้ทั้งหมดที่มี และนอนเท่าที่อยากจะนอน
    4. เมื่อกล่าวคำว่า "ฉันรักเธอ" จงหมายความตามนั้นจริง ๆ
    5. เมื่อกล่าวคำว่า "ขอโทษ" จงสบตาเขาด้วย
    6. ก่อนจะตัดสินใจแต่งงาน จงหมั้นเสียก่อนอย่างน้อย 6 เดือน
    7. จงเชื่อในรักแรกพบ
    8. อย่าหัวเราะเยาะความฝันของผู้อื่น คนที่ไม่มีฝันก็เหมือนไม่มีอะไร
    9. เมื่อรักจงรักให้ลึกซึ้ง และ ร้อนแรง อาจจะต้องเจ็บปวดแต่นั่นคือหนทางเดียวที่ทำให้ชีวิตถูกเติมเต็ม
    10. ในเหตุการณ์ขัดแย้ง โต้อย่างยุติธรรม ไม่มีการตะโกนใส่กัน
    11. อย่าตัดสินคนเพียงเพราะญาติๆ ของเขา
    12. จงพูดให้ช้า แต่ต้องคิดให้เร็ว
    13. ถ้าถูกถามด้วยคำถามที่ไม่อยากตอบ จงยิ้มแล้วถามกลับว่า จะรู้ไปทำไม
    14. จงจำไว้ว่า สองสิ่งที่ยิ่งใหญ่ คือความรัก และความสำเร็จ ล้วนต้องมีการเสี่ยง
    15. พูดว่า ขอพระคุ้มครอง เมื่อได้ยินใครจาม
    16. เมื่อพ่ายแพ้ จงอย่าสูญเสียบทเรียนไปด้วย
    17. จงจำ 3 R :- นับถือผู้อื่น นับถือตนเอง รับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำ
    18. จงอย่าให้ความขัดแย้งเล็กๆ น้อยๆ มาทำลายมิตรภาพที่ยิ่งใหญ่
    19. ทันทีที่รู้ตัวว่าทำผิด ลงมือแก้ไขทันที
    20. จงยิ้มเวลารับโทรศัพท์ ผู้ฟังจะเห็นได้จากน้ำเสียงของเรา
    21. จงหาโอกาสอยู่กับตัวเองบ้าง

    ปล. วันนี้วันศุกร์ อ่า เปงวันสอบวานสุดท้าย ดีจายที่สุดเยย

    แล้วก็วันนี้ประกาศผลค่ายด้วย ค่ายเยาวชนสู่รั้วมหาลัยครั้งที่ เท่าไรก็ไม่รู้

    ยังไม่รู้ผลเลย เพ่เข้ายังไม่เอามาลงเวปมั้ง

    ไปล่ะ

    บั้บบาย

    12/20/2005

    ^_^!<*_*> มาดูกานใครชอบนิ้วไหน บอกถึงนิสัยได้ ^_^<*_*>

    นิ้วโป้ง
    ถ้าเขาหรือหล่อนคนนั้นชอบนิ้วโป้ง แสดงว่าเป็นคนรักอิสระมาก ไม่ชอบให้ใครมาบงการชีวิต เราไม่ควรไปแสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของมากนักจะเสียคะแนน และห้ามชี้นิ้วสั่งเค้าเด็ดขาด เพราะเค้ามีความเป็นผู้นำสูง และไม่ชอบทำตามคำสั่ง
    เค้าจะเป็นคนฉลาดหลักแหลม ซื่อสัตย์ คิดอะไรแล้วต้องทำให้สำเร็จ มีความละเอียดรอบคอบ เป็นตัวของตัวเองสูงมาก ไม่ชอบตามกระแส ไม่แคร์ใคร ถ้ามั่นใจแล้วคนรอบข้างก็ไม่สามารถทำให้ความเชื่อมั่นของเค้าลดลงได้เลย
    นิ้วชี้
    ชอบนิ้วชี้ เป็นคนมีความคิดสร้างสรรค์ ไอเดียบรรเจิดสุด...สุด ชอบที่จะค้นหา ทำอะไรใหม่ๆ ที่ไม่เหมือนใคร ชอบหาความแปลกใหม่ให้กับตัวเองเสมอ ซึ่งถือเป็นเสน่ห์อันเย้ายวนของเค้าที่จะดึงดูดคนรอบข้างให้หลงใหลได้ปลื้มเค้าอยู่ตลอดเวลา
    การค้นหาสิ่งใหม่ๆ ให้ชีวิตของเค้าไม่ใช่เพียงแค่เรื่องภายนอก อย่างเช่น การแต่งตัวที่ดูแหวกๆ ไม่ซ้ำใคร ไม่ชอบวิ่งตามแฟชั่น เพราะมันไม่ได้หมายถึงการเป็นผู้นำ แต่ในเรื่องความคิดเค้าก็ชอบที่จะนำคนอื่นด้วยเช่นกัน
    นิ้วกลาง
    ชอบนิ้วกลาง เป็นคนแจ่มใสร่าเริงตลอดเวลา มองโลกในแง่ดี มีจินตนาการสูง ชอบที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ และชอบที่จะนำสิ่งนั้นเข้ามามีบทบาท ในชีวิตของเค้าด้วย แต่ในบางครั้งเมื่ออยู่ในโลกส่วนตัวเค้าก็อาจจะเงียบขรึมได้
    คนชอบนิ้วกลางมีจิตใจเป็นหลักที่มั่นคง ไม่โลเลง่ายๆ แต่บางครั้งเป็นคนเซ็นต์ซิทีฟ สงสารและชอบช่วยเหลือผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา

    นิ้วนาง
    ชอบนิ้วนาง ปิ๊งกับหนุ่มหรือสาวที่ชอบนิ้วนางจำต้องเอาใจเค้าให้มากๆ เพราะเค้าเป็นคนเอาแต่ใจตัวเองอย่างสุดฤทธิ์ อยากให้คนรอบข้างให้ความสนใจและเอาอกเอาใจตัวเอง ประมาณว่าคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าหญิงอ่ะ
    แต่ก็เป็นคนที่มีจิตใจอ่อนโยน ชอบช่วยเหลือคนที่เดือดร้อนเหมือนกันนะ และก็เป็นคนเก็บความรู้สึกของตัวเองได้ดี

    นิ้วก้อย
    แต่ถ้าชอบนิ้วก้อย แสดงว่าเป็นคนชอบเพ้อฝัน ชอบคิดและหวังในสิ่งที่เป็นไปได้ยาก แบบว่าทำไม่ได้ก็ขอให้ได้คิด ได้หวังก็ยังดี เป็นคนไม่คิดมาก โอนอ่อนผ่อนตามผู้อื่นง่าย เก็บอารมณ์ได้ดี จึงทำให้เข้ากับคนอื่นง่าย
    มีความโรแมนติกมากๆ รักใครรักจริง รักเดียวใจเดียว ไม่ต้องระแวงว่าจะมีก๊อบ X มีโรเนียว ประเภทเป็นผู้หญิงผู้ชายมากรัก...ไม่มีซะล่ะ !!
     
    ปล.พรุ่งนี้จะสอบวันที่ 2
    ยังอ่านไม่จบเยย 3วิชา
    ไม่เปงไร
    พยายามเค้า สู้เค้าทาเคชิ
     
    //